การเดินทางของ บริษัท ซัมมิท ชูโกกุ เซอิร่า จำกัด

จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ สู่ผู้นำด้านการผลิตชิ้นส่วนยึดตรึงคุณภาพสูง

scs_overview1

กว่า 3 ทศวรรษที่ บริษัท ซัมมิท ชูโกกุ เซอิร่า จำกัด (SCS) ก้าวผ่านการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง จากโรงงานขนาดเล็กที่มีเครื่องจักรเพียงไม่กี่เครื่อง สู่การเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยึดตรึง (น็อตและสกรู) สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าระดับแนวหน้าทั้งในและต่างประเทศ การเติบโตอย่างมั่นคงนี้เกิดจากความทุ่มเทของผู้ก่อตั้ง คณะผู้บริหาร และพนักงานทุกคนที่ร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรให้แข็งแกร่งในทุกยุคสมัย

จุดเริ่มต้นจากความร่วมมือ ไทย–ญี่ปุ่น

scs_chutong

จุดเริ่มต้นของ SCS มาจาก บริษัท ชูโกกุ เซอิร่า เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ที่มองหาพันธมิตรเพื่อขยายฐานการผลิตสู่ประเทศไทย จนได้ร่วมมือกับ กลุ่มบริษัทซัมมิท (Summit Group)

ต่อมาในปี 2539 คุณจุฑาธง พัฒนเมธาเรือง ประธานกลุ่มบริษัทซัมมิทในขณะนั้น ได้นำทีมก่อตั้งโรงงานแห่งแรกขึ้นบนถนนสาธุประดิษฐ์ เริ่มต้นด้วยเครื่องจักรนำเข้าจากญี่ปุ่นเพียง 3 เครื่อง (เครื่องฟอร์มมิ่ง, เครื่องต๊าปเกลียว และเครื่องตรวจวัดคุณภาพ) พร้อมทีมงานเริ่มต้น 10–20 คนที่เปี่ยมด้วย passion

ผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกที่เราผลิตคือ Billing Nut สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้ SCS เป็นที่ยอมรับในฐานะผู้ผลิต Fasteners คุณภาพสูงมาตรฐานญี่ปุ่น

การเติบโตและการย้ายฐานการผลิตครั้งสำคัญ

scs_start

ด้วยการเติบโตที่ต่อเนื่อง SCS ได้ขยายฐานการผลิตสู่ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี (เฟส 3) บนพื้นที่ 5 ไร่ ยกระดับกำลังการผลิตขึ้นอย่างก้าวกระโดด

จนกระทั่งในปี 2549 กลุ่มบริษัทซัมมิทได้เข้าถือหุ้นทั้งหมด 100% และย้ายมายังที่ตั้งปัจจุบัน ณ นิคมอมตะซิตี้ ชลบุรี (เฟส 7) บนพื้นที่กว่า 18 ไร่ นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่พา SCS เข้าสู่ยุคใหม่ ด้วยการบริหารและดำเนินงานโดยทีมผู้เชี่ยวชาญชาวไทยอย่างเต็มตัว

ก้าวสู่อนาคตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมความรู้

ในช่วงปีแรกๆ SCS ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากพันธมิตรชาวญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทีมที่ปรึกษาชาวญี่ปุ่นได้เสร็จสิ้นภารกิจ บริษัทจึงเริ่มมุ่งมั่นพัฒนาความเชี่ยวชาญขึ้นด้วยตนเอง

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นจากการจัดตั้งแผนกวิศวกรรม (Engineering Department) ขึ้นเมื่อประมาณ 5–6 ปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยยกระดับศักยภาพของบริษัทอย่างเป็นระบบ ทีมวิศวกรได้เรียนรู้และเติบโตผ่านประสบการณ์จริง จนสามารถออกแบบกระบวนการผลิตและแก้ไขปัญหาทางเทคนิคได้อย่างมืออาชีพ

อีกหนึ่งความสำเร็จที่โดดเด่น คือการที่ SCS ลงทุนในระบบเทคโนโลยีกล้องตรวจจับและตรวจสอบคุณภาพ (Inspection Camera Technology) กว่า 20 ระบบ ส่งผลให้เราเป็นหนึ่งในบริษัทแรกๆ ในประเทศไทยที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ ก่อนที่จะขยายไปยังไต้หวัน และพัฒนาจนกลายเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของระบบควบคุมคุณภาพอันทันสมัยของเราในปัจจุบัน

ยุคทองแห่งการเติบโต ในธุรกิจยานยนต์

จุดพีคที่สุดแห่งการเติบโตเกิดขึ้นช่วงปี 2553–2554 ในยุคโครงการ “รถยนต์คันแรก” ที่ยอดผลิตรถยนต์ในไทยพุ่งสูงถึง 2.4 ล้านคันต่อปี ส่งผลให้รายได้ของ SCS ก้าวกระโดดทะลุ 1,000 ล้านบาท ซึ่งแม้ในขณะนั้นเราจะมีเครื่องจักรไม่มาก แต่ทีมงานทุกคนก็ทุ่มสุดตัวเพื่อส่งมอบสินค้าให้ทันความต้องการของลูกค้า

ต่อมาภายใต้การนำของ คุณสันติ พัฒนเมธาเรือง กรรมการผู้จัดการคนปัจจุบัน ได้ยกระดับองค์กรด้วยการนำระบบบริหารจัดการมาตรฐานสากลเข้ามาใช้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งกระบวนการทำงานภายใน ตลอดจนศักยภาพของทีมวิศวกร ทำให้ SCS พร้อมรองรับการเติบโตและการแข่งขันในตลาดระดับสากลได้อย่างมั่นคง

ความมั่นคงผ่านพ้นทุกวิกฤต พร้อมความรับผิดชอบและดูแลบุคลากรอย่างยั่งยืน

ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา SCS ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตต้มยำกุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ น้ำท่วมใหญ่ หรือโควิด-19 แต่ด้วยแนวทางการบริหารเงินอย่างรัดกุม เราจึงก้าวผ่านทุกมรสุมมาได้อย่างมั่นคง

สิ่งที่ SCS ยึดมั่นมาโดยตลอดคือ “วิกฤตเศรษฐกิจไม่ใช่ความผิดของพนักงาน” เราจึงไม่เคยเลิกจ้างพนักงานจากปัญหาเศรษฐกิจเลยแม้แต่ครั้งเดียว ความจริงใจนี้สร้างความผูกพันและแรงกายแรงใจอันยิ่งใหญ่จากพนักงานทุกคน นอกจากนี้เรายังพร้อมส่งเสริมศักยภาพบุคลากร ทั้งการสนับสนุนทุนเรียนต่อปริญญาตรี อบรมทักษะวิศวกรรม และเปิดโอกาสให้ทุกคนเติบโตไปพร้อมกับองค์กร

มาตรฐานระดับสากล สร้างสรรค์ความเชื่อมั่นและไว้วางใจให้กับลูกค้าทั่วโลก

2 (1)

พื่อตอบโจทย์ความต้องการระดับสูงของอุตสาหกรรมยานยนต์ SCS มุ่งมั่นรักษาและยกระดับมาตรฐานคุณภาพระดับสากลอย่างต่อเนื่อง อาทิ IATF 16949, ISO 9001 (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560) และมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561)

ด้วยเหตุนี้ ฐานลูกค้าของเรา 100% จึงเป็นผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์—กลุ่มอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความแม่นยำ และความน่าเชื่อถือสูงสุด

ก้าวสู่อนาคต: จากผู้ผลิตชิ้นส่วนยึดตรึง สู่ผู้นำในการส่งมอบโซลูชันทรงคุณค่า

SCS วางวิสัยทัศน์สู่อนาคตโดยมุ่งเน้นนวัตกรรมเพิ่มมูลค่า (Value-added Innovation) ก้าวข้ามการผลิตชิ้นส่วนมาตรฐานทั่วไป ด้วยทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจน:

  • ขยายงานกลึงและขึ้นรูปความแม่นยำสูง ทั้ง Tapping, CNC และ Machining

  • ยกระดับมูลค่าผลิตภัณฑ์ด้วยบริการประกอบชิ้นส่วน (Process Assembly)

  • พัฒนาการผลิตชิ้นส่วนที่มีความซับซ้อนสูง

นอกเหนือจากนี้ บริษัทยังเปิดกว้างสำหรับความเป็นไปได้ใหม่ๆ โดยมีแผนขยายสู่การผลิตแม่พิมพ์และเครื่องมือ (Tools) ของตนเองตามโอกาสและความพร้อม ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพทีมงานเพื่อรุกตลาดส่งออกต่างประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสการเติบโตที่สำคัญในระยะยาว

กว่า 3 ทศวรรษแห่งความทุ่มเท สู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

จากโรงงานเล็กๆ บนถนนสาธุประดิษฐ์ สู่ฐานการผลิตมาตรฐานสากล ณ นิคมอมตะซิตี้ ชลบุรี

จากทีมงานเริ่มต้น 10 คน สู่กองทัพบุคลากรมืออาชีพผู้เชี่ยวชาญ

จากจุดเริ่มต้นร่วมทุนไทย–ญี่ปุ่น สู่องค์กรที่บริหารโดยคนไทย 100%

บริษัท ซัมมิท ชูโกกุ เซอิร่า จำกัด พร้อมก้าวต่อไปข้างหน้าด้วยการพัฒนานวัตกรรม บุคลากร และเติบโตเคียงข้างอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างยั่งยืน ด้วยความมุ่งมั่นในความเป็นเลิศทุกขั้นตอน เพื่อส่งมอบชิ้นส่วนยึดตรึงคุณภาพที่ดีที่สุดสู่ลูกค้าทั่วทุกมุมโลก

Scroll to Top